สัมผัสที่ 6

posted on 23 Feb 2008 09:31 by royal  in mintra

คุณเชื่อเรื่องสัมผัสที่ 6 มั๊ย ?  คุณเชื่อเรื่องวิญญาณมั๊ย?  คุณอาจจะไม่เชื่อ  คุณอาจจะคิดว่าเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เราแต่งขึ้นมาก็ได้  เพราะเราก็ไม่อยากคิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงที่เราได้เจอกับตัว  ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง  แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์ที่เราเจอ  ไม่รู้ว่าทำไม?    ถึงเราจะพอเห็นสิ่งลี้ลับที่คุณๆเรียกกันว่า วิญญาณ หรือผี  อยู่บ้างแต่ทุกครั้งที่เจอจะไม่ได้ขนาดนี้  มีบางครั้งที่ไปตามสถานที่แปลกๆ ที่ไม่เคยไปจะเห็นบ้างแบบแว๊บๆ  จนชินตาแล้ว ขนาดที่บ้านตัวเองยังเห็นบ้าง  บ้านที่อยู่ปัจจุบันเป็นทาวน์เฮ้าส์ มือ 2  ที่ซื้อทรัพย์ต่อจากธนาคาร  ลักษณะของบ้านก็เป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ทั่วไป  จะมีห้องเล็กที่จะมีระเบียงหันออกไปทางหน้าบ้าน (ปัจจุบันเป็นห้องพี่ชายคนรอง)  แล้วห้องใหญ่จะอยู่ด้านหลัง ( ปัจจุบันเป็นห้องของเรา)    ตอนที่มาดูบ้านก่อนจะตัดสินใจซื้อ  พอขึ้นไปชั้น2 ของบ้านหลังที่อยู่ปัจจุบันก็เห็นเด็กมาแอบดูจากห้องนอนใหญ่    เราก็นิ่งไปอย่างอึ้งๆ  ถึงจะเป็นเวลาเย็นแล้วก็เถอะ  ไม่คิดว่าจะเห็น  เราก็ไม่ได้สนใจอะไรแถมส่งยิ้มไปให้น้องเขาอีกด้วย   แล้วในที่สุดพี่ชายก็ตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้

 

ตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เราก็เป็นคนนำพระมาวางไว้ที่บ้าน  แม่พูดมาคำนึงว่า รอยขื่อของบ้าน เหมือนรอยเชือกเลยนะน้อง ซึ่งรอยที่แม่เห็นเป็นชั้นล่างของบ้าน  มันจะมีช่องว่างให้เชือกลอดไปแขวนได้ยังไงกัน !!!  เราก็นิ่งเงียบไปเลย  พอถึงเวลาย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้จริงๆ  เราก็ยกมือไหว้พร้อมกับบอกท่านว่า หนูกับครอบครัวขอมาอาศัยด้วยนะค่ะ  ถ้ายังไงก็ขอให้คุ้มครองครอบครัวหนูด้วยนะค่ะ   หลังจากที่อยู่บ้านหลังนี้ได้ 1 อาทิตย์ เราก็ต้องมีเหตุให้กลับบ้านดึกติดต่อกันเป็นเดือนเพราะว่า  งานที่บริษัทฯ   ในที่สุดคืนหนึ่ง ประมาณกลางเดือน เราก็กลับถึงบ้านเวลาประมาณ เกือบเที่ยงคืน  ขณะที่เปิดประตูรั้วเข้าบ้าน ทำไมกลับดึกจังเลยน้อง เสียงพี่ชายถามเรา  ทำ ฟีชส่งธนาคารนะพี่รองเราตอบกลับไปทั้งๆที่ง้วนอยู่กับการปิดประตูรั้วบ้าน กลับดึกๆอันตรานะน้องเสียงพี่ชายเอ่ยเตือนอีกครั้ง  ครั้งนี้เราหันไปมองที่ระเบียงห้องนอนพี่ชาย อึ้งไปแทบร้องให้ เพราะเสียงพี่ชายที่คุยกับเรา  นั้นเจ้าของเสียงที่คุยกับเราจริงๆเป็นผู้หญิงชุดขาวผมยาวยืนยิ้มส่งมาให้เรา  เราก็เดินเข้าบ้านไปตามปกติ(เดินขึ้นไปนอนบนห้องตัวเองอีกด้วย)   

 

หลังจากนั้นประมาณ 4 เดือน เราไม่สบายเราไปนอนในห้องพี่ชายจำได้ว่าไข้ขึ้นพอควร อยู่ๆเราก็รู้สึกเย็นๆที่หัว  นึกว่าแม่มาเช็ดตัวให้  เราลืมตาขึ้นมามอง กลายเป็นผู้หญิงใส่ชุดไทยสีเหลืองอร่ามนั่งยิ้มใจดีส่งมาให้  รู้มั๊ยเราทำไง  เราส่งยิ้มกลับแล้วหันหน้าหนีทันที ( ไอ้เราก็ลืมไปว่าวันที่คุยกับพี่ชาย ก็ห้องพี่ชายของเรานี่นา)  ตกเย็นเราก็เดิน(กลิ้ง) มานอนที่ห้องตัว   เพราะว่าไม่ได้อาบน้ำ  เลยนอนไม่สบายตัวเราเลยตื่นขึ้นมาอาบน้ำตอนตี 2 พออาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำ เราก็ได้ยินเสียงผู้หญิง กับเสียงพี่ชายเราคุยกันอย่างสนุก  เราก็นึกว่าแฟนพี่ชายเรามาบ้านเราก็เลยเดินเข้าไปนอนที่ห้องต่อ  พอเช้ามาถามพี่ชาย  พี่ชายบอกเราว่า  เมื่อคืนพี่นอนบ้านพี่ใหญ่  ( ลูกพี่ลูกน้อง)ไม่ได้กลับบ้าน  เอาแล้วฉัน  ใครละนั้นที่ฉันได้ยินเสียง = =”   หลังจากนั้นก็เจอแบบนี้ อีกหลายครั้ง   แล้วเมื่อ เมื่อต้นปี 50  ลุงเราได้เสียชีวิตลง  ขณะที่กำลังจะเผาศพลุง หลานของเราที่ตอนนั้น อายุ 4 ขวบก็พูดขึ้นมาว่า น้าน้องครับ คุณยายสาย กับคุณตาทุม ยืนใส่เสื้อหลายสีอยู่ตรงบันไดทำไมครับ เราน้ำตาคลอแทบจะร้องให้ออกมา  เพราะทั้งสองคนที่หลานพูดขึ้นมานะ คนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว  แล้วอีกคนกำลังจะเผา 

 หลังจากนั้นเหมือนกับว่าเราชินมั่งเลยไม่ได้กลัวอะไรกับที่เราเจอที่บ้านนัก (ขอเรียกผีบ้านผีเรือนแล้วกัน)   นับจากนั้นเราก็ไม่เจออะไรอีกเลย  จนเหตุการณ์ช็อคครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นกับเรา เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์  51  ที่ผ่านมา เวลา ทุ่มครึ่ง เรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ ก็มียายแก่ๆมานั่งหัวมุมโต๊ะ  เราส่งยิ้มให้ยายก่อนจะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวต่อไป  ยายเขาก็ส่งยิ้มกลับมาให้เรา  เรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวจนจะหมดชามอยู่แล้วยายเขาก็นั่งมองเรากินด้วยใบหน้าแห้งๆ  เราคิดว่ายายเขาคงไม่มีเงินกินมั่ง ยายกินมั๊ยค่ะเดี๋ยวหนูเลี้ยงเองค่ะ เราถามยายเขา  ยายเขาส่งยิ้มมาให้เราก่อนจะส่ายหน้าให้เรา   เราก็คิดว่ายายเขาคงเกรงใจ   เราเลยหันไปสั่งคนขาย เอาเส้นใหญ่น้ำตกหมู 1 ชาม คนขายเขามองเราแปลกๆ แต่ก็ทำก๋วยเตี๋ยวให้เรา  พอเขาเดินมาส่ง  เราเลยบอกให้คนขายเอาไปให้ยาย  คนขายมองซ้ายมองขาวเหมือนหาอะไรสักอย่าง  เราเลยบอกว่าวางตรงหัวโต๊ะนั้นแหละค่ะ  เดี๋ยวเก็บเงินที่หนู  หนูสั่งให้ยาย  ยายที่ไหนกัน  ป้าก็เห็นเรานั่งอยู่คนเดียวนี่แหละ  อย่าทำให้ป้ากลัวซิ  เมื่อ 3 วันก่อนยิ่งมียายแก่ๆ ถูกรถชน หน้าร้านป้าอยู่ด้วยไม่รู้เป็นไงมั่ง ป้าคนขายเขาพูดด้วยเสียงโมโหก่อนจะวางชาวก๋วยเตี๋ยวไว้ ด้านหน้าเราแล้วเขาก็เดินกลับไป   เอาอีกแล้วฉัน  ฉันโดนอีกแล้วฉัน  กลัวก็กลัว  สงสารก็สงสารยาย  เพราะดูเหมือนแกจะหิว  เราเลยบอกป้าร้านก๋วยเตี๋ยวว่าขอซื้อทั้งชาม แล้วเราก็เดินเขาไปใน 7-11 ซื้อธูปกับน้ำออกมา  จุด  แล้วให้ยายแก  เรารีบจ่ายเงิน  แล้วเดินออกไปเลย  คนขายเขาก็คงกลัวมั่งมองเราอย่างจะร้องให้  แล้วเราก็ได้ยินคำว่าขอบใจตามหลังมา  

 

พอดีว่าบ้านเพื่อนอยู่แถวนั้น  เราเลยแวะไปหาเพื่อนจะบอกเพื่อนก็กลัวเพื่อนจะกลัว  ที่เอะ...ใจคือว่าวันนั้นเป็นวันมาฆบูชา  แถมเป็นวันพระใหญ่อีกด้วย แถมตลอด 2-3 วันที่ผ่านมาเราทำบุญใส่ซอง ทอดผ้าป่าหลาย ซองมาก  ทุกครั้งจะอุทิศบุญกุศล ให้เจ้ากรรม นายเวร พ่อ-แม่ ( แม่ยังมีชีวิตอยู่) ให้กับเทพยาดาที่ดูแลเรา  ตลอด  บางทีนึกกลับไปมองว่าเราลืมอะไรไปหรือเปล่า  เราอาจจะลืมอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติ พี่น้อง  ของเราเมื่อชาติที่แล้วหรือเปล่า    เราไม่แน่ใจว่าเราเป็นคนมีสัมผัสที่ 6 จริงหรือเปล่า  เพราะว่าบางครั้งเราก็ไม่เจอ  แต่ถ้าเจอเขาก็มาดี ไม่ได้มาร้าย  แล้วที่คิดว่าโชคดีอีกอย่างคืนไม่ได้เห็นทุกวันอย่างคนที่มีสัมผัสที่ 6 แกร่ง  เราคิดว่าเราโชคดี  เพราะว่าเรากลัวสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณ   ตอนนี้ที่ทำได้ก็คือทุกครั้งที่เราทำบุญ  ถึงเราจะไม่รู้ชื่อคุณยาย  เราก็คงต้องอุทิศบุญกุศล  พร้อมกับนึกถึงหน้ายาย ให้ยายแกมั่ง แล้วละ ^^

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่า....เราเป็นคนที่เชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนะ
แต่เราไม่เห็นหรอก และก็กลัวมากๆๆๆด้วยงะ

แต่เก่งนะเนี่ย
แล้วก็ ...อนุโมทนาด้วย
คุณยายเขาคงดีใจอ่ะ
อย่าลืมอุทิศให้..ที่อยู่ที่บ้านด้วยล่ะ sad smile

#1 By VaNneSSa on 2008-02-23 10:55

เป็นตัวเป็นตนเลยนะค่ะ อย่างนี้คงเรียกว่า...สัมผัสไหวละมั้งค่ะ(เรียกไม่ถูก)
เรื่องพวกนี้หนูก็ค่อนข้างกลัวนะค่ะ...แต่ว่า...ก็เชื่อนะค่ะ ถึงจะไม่เคยเห็นก็ตาม
ก็ขออนุโมทนาให้กับคุณยายเช่นกันนะค่ะ เขาคงดีใจและค่ะที่มีคนทำเพื่อเค้านะค่ะ

#2 By RyoNa... on 2008-02-23 15:57

โอ้ววววว มายก๊อดดด
ชาตินี้ ไมขอเห็นอ่ะค่ะ
เป็นคนกลัวเรื่องพวกนี้มาก

อ่านแล้วสงสารคุณยาย
ขออนุโมทนาด้วยคน

#3 By ☆ •★ [ CHiNG ] ★•☆ on 2008-02-23 18:42